วันที่ 18 มิถุนายน 2569 นางสาวอารยา ไสลเพชร รองอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม ในฐานะประธานคณะทำงานด้านเทคนิคสำหรับการพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ (Technical Working Group: TWG) เป็นประธานการชุมคณะทำงานฯ ครั้งที่ 8-3/2569 ในโครงการการประยุกต์ใช้หลักการเอื้อประโยชน์ร่วมกันระหว่างอุตสาหกรรมและชุมชน และการใช้สารเคมีอย่างเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อการพัฒนาอุตสาหกรรมในประเทศไทยที่มุ่งสู่การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและเลิกใช้สารมลพิษที่ตกค้างยาวนาน ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากกองทุนสิ่งแวดล้อมโลก (Global Environment Facility: GEF) โดยมี นางอัญชลี ยิ่งทวีสิทธิกุล ผู้อำนวยการกองพัฒนาอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ นางสาวธนธร ยอดสมสวย นักวิทยาศาสตร์เชี่ยวชาญ กองส่งเสริมเทคโนโลยีสิ่งแวดล้อมโรงงาน ร่วมด้วยผู้แทนหน่วยงานที่เข้าร่วมโครงการฯ ประกอบด้วย กรมควบคุมมลพิษ การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เข้าร่วม ณ ห้องประชุมศูนย์พัฒนาเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ ชั้นดาดฟ้า อาคารกรมโรงงานอุตสาหกรรม และผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (MS Team)

ที่ประชุมได้รับทราบผลการดำเนินกิจกรรมของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (FTI) ตามที่โครงการฯ ได้มอบหมาย ซึ่ง FTI ได้ดำเนินงานอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลามากกว่า 4 ปี อาทิ
-
- การจัดสัมนา การอบรมเชิงปฏิบัติการ และการฝึกอบรม ให้แก่กลุ่มผู้มีส่วนได้เสีย ได้แก่ หน่วยงานราชการ และภาคอุตสาหกรรม จำนวน 107 ครั้ง มีผู้เข้าร่วมรวม 7,221 คน เพื่อเพิ่มความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับหลักการและประโยชน์ของระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน (CE) การใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพและการผลิตที่สะอาด (RECP) เทคโนโลยีคาร์บอนต่ำ การจัดการลดก๊าซเรือนกระจก การประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร (CFO) การเอื้อประโยชน์ร่วมกันระหว่างอุตสาหกรรมและชุมชน (industry-urban symbiosis: IUS) การจัดการกากอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืน การรีไซเคิล บำบัด และกำจัดของเสีย รวมถึงระบบการจัดการสารเคมีวัตถุอันตราย และการประเมินความเสี่ยงสารเคมีในอุตสาหกรรม
- การตรวจประเมินและให้คำปรึกษาด้าน RECP โดยมีโรงงานในพื้นที่อุตสาหกรรมเชิงนิเวศ 12 จังหวัด เข้าร่วมกิจกรรม จำนวน 200 แห่ง
- การสนับสนุนการดําเนินงานการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรและการผลิตที่สะอาด และ IUS ซึ่งส่งผลให้โรงงานอุตสาหกรรมที่เข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าวมีการยกระดับสู่มาตรฐานอุตสาหกรรมสีเขียว (Green Industry) จำนวน 185 แห่ง และได้รับการรับรอง Eco Factory หรือมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง จำนวน 59 แห่ง
แสดงให้เห็นถึงการการถ่ายทอดและเชื่อมโยงองค์ความรู้ เทคโนโลยี กลไกสนับสนุนและความร่วมมือระหว่างภาคส่วนต่าง ๆ สามารถสร้างผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และการลดก๊าซเรือนกระจกอย่างเป็นรูปธรรม

นอกจากนี้ ที่ประชุมได้ร่วมให้ความเห็นต่อร่างข้อกำหนดการพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลเพื่อสนับสนุนการพัฒนาพื้นที่อุตสาหกรรมเชิงนิเวศของประเทศไทย รวมถึงแผนงานและการเตรียมความพร้อมในการดำเนินการเสริมสร้างขีดความสามารถเพื่อสนับสนุนการประกวดแผนโมเดลธุรกิจที่เอื้อประโยชน์ระหว่างอุตสาหกรรมและชุมชน ระยะที่ 2 (Business model; phase 2) โดยมุ่งหวังให้เป็นตัวอย่างในการดำเนินกระบวนการและสร้างกลไกที่ทำให้ภาคอุตสาหกรรมสามารถอยู่ร่วมกับชุมชนและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว




#กรมโรงงานอุตสาหกรรม #กรมโรงงาน #กรอ #DIW #MIND #กระทรวงอุตสาหกรรม #เมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ
