วันที่ 18 มีนาคม 2569 นายพรยศ กลั่นกรอง อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม มอบหมายให้เจ้าหน้าที่กองบริหารจัดการกากอุตสาหกรรม ร่วมกับกรมศุลกากร ลงพื้นที่ท่าเรือแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี เพื่อตรวจสอบตู้สินค้าต้องสงสัยที่คาดว่าอาจเป็นการนำเข้าเศษโลหะปะปนขยะอิเล็กทรอนิกส์ (E-waste) โดยกรมโรงงานอุตสาหกรรมได้รับสัญญาณแจ้งเตือนจากเครือข่ายปฏิบัติการบาเซล (Basel Action Network: BAN) เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 ให้เฝ้าระวังและเตรียมรับมือภัยคุกคามจากการเคลื่อนย้ายข้ามแดนหรือการค้าขยะแบบผิดกฎหมายของสินค้าที่มีความเสี่ยงเป็นขยะอิเล็กทรอนิกส์และขยะพลาสติกที่มีต้นทางจากประเทศสหรัฐอเมริกา และระบุปลายทางเป็นท่าเรือแหลมฉบัง ประเทศไทย

จากการลงพื้นที่ตรวจสอบภายหลังสำนักงานศุลกากรท่าเรือแหลมฉบังดำเนินการอายัดตู้สินค้าขาเข้า สำแดงชนิดสินค้าเป็นเศษอลูมิเนียม (Aluminum Scrap) น้ำหนัก 110,441 กิโลกรัม รวมจำนวน 5 ตู้สินค้า ผลการตรวจสอบพบเศษอลูมิเนียมบดย่อย ปะปนเศษแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ ฟองน้ำ สายไฟ ยางรถยนต์ และพลาสติก เข้าข่ายเป็นของเสียอันตราย ลำดับที่ A1181 ภาคผนวก 8 ตามอนุสัญญาบาเซลว่าด้วยการควบคุมการเคลื่อนย้ายข้ามแดนของของเสียอันตรายและการกำจัด (Basel Convention on the Control of Transboundary Movements of Hazardous Wastes and Their Disposal) และเข้าข่ายเป็นของเสียเคมีวัตถุ (Chemical Wastes) บัญชี 5.2 ตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง บัญชีรายชื่อวัตถุอันตราย พ.ศ. 2556 แห่งพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 ที่ต้องขออนุญาตนำเข้าตามกฎหมายว่าด้วยวัตถุอันตรายที่กรมโรงงานอุตสาหกรรมรับผิดชอบ

เจ้าหน้าที่จะแจ้งผลการตรวจสอบต่อกรมศุลกากร เพื่อให้ดำเนินการจัดส่งสินค้าดังกล่าวกลับไปยังประเทศต้นทาง เนื่องจากเป็นการนำเข้าและนำผ่านโดยไม่ได้รับอนุญาต และถือเป็นการเคลื่อนย้ายข้ามแดนแบบผิดกฎหมายภายใต้อนุสัญญาบาเซลฯ ทั้งนี้ ได้กำชับให้บริษัทเอกชนผู้นำเข้าเร่งดำเนินการตามขั้นตอนที่อนุสัญญาบาเซลฯ กำหนดอย่างเคร่งครัด เพื่อไม่ให้ประเทศไทยกลายเป็นถังขยะของโลก




#กรมโรงงานอุตสาหกรรม #กรมโรงงาน #กรอ #DIW #MIND #กระทรวงอุตสาหกรรม #เศษอลูมิเนียม #AluminumScrap #บาเซล
