You are currently viewing กรมโรงงานฯ ต่อยอดกิจกรรมเพื่อสังคม อัปเกรดโรงงานสู่ CSV ในพื้นที่อุตสาหกรรมเชิงนิเวศ ยกระดับสู่ “อุตสาหกรรมดี คู่ชุมชนอย่างยั่งยืน”

วันที่ 17 มีนาคม 2569 อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม มอบหมายให้ นางสาวอารยา ไสลเพชร รองอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม เป็นประธานเปิดโครงการฝึกอบรม เรื่อง “แนวทางการส่งเสริมให้ผู้ประกอบกิจการโรงงานดำเนินงานด้านการสร้างคุณค่าร่วม (Creating Share Value: CSV) พื้นที่อุตสาหกรรมเชิงนิเวศ” ครั้งที่ 2 ให้แก่เจ้าหน้าที่กรมโรงงานอุตสาหกรรม เจ้าหน้าที่สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด ผู้ประกอบกิจการโรงงาน และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง รวม 170 ราย ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 17-18 มีนาคม 2569 ผ่านระบบออนไลน์ โดยมี นางอัญชลี ยิ่งทวีสิทธิกุล ผู้อำนวยการกองพัฒนาอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ เจ้าหน้าที่กองพัฒนาอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ ร่วมด้วย ดร.สุนทร คุณชัยมัง วิทยากร เข้าร่วม ณ ห้องประชุมศูนย์พัฒนาเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ ชั้นดาดฟ้า อาคารกรมโรงงานอุตสาหกรรม เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจ และสร้างความตระหนักร่วมเกี่ยวกับแนวทาง CSV รวมทั้งส่งเสริมให้เกิดการมีส่วนร่วมในการพัฒนาพื้นที่อุตสาหกรรมเชิงนิเวศ สู่เป้าหมายระดับที่ 5 “เมืองน่าอยู่ คู่อุตสาหกรรม” ตามเป้าหมายยุทธศาสตร์ชาติ และเป้าหมายการพัฒนาพื้นที่อุตสาหกรรมเชิงนิเวศ พ.ศ. 2570

นางสาวอารยา ไสลเพชร รองอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า CSV คือ นโยบาย แนวทาง และกิจกรรมที่จัดทำขึ้นเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันขององค์กร ควบคู่การสร้างคุณค่าเติบโตทางเศรษฐกิจและสังคมให้แก่ชุมชนโดยรอบ เป็นการต่อยอดกิจกรรมเพื่อสังคม (CSR) เพื่อให้เกิดผลประโยชน์เชิงเศรษฐกิจทั้งธุรกิจและสังคม ทั้งนี้ เกณฑ์ข้อกำหนดพื้นที่อุตสาหกรรมเชิงนิเวศ ฉบับปรับปรุงปี พ.ศ. 2565 กำหนดระดับการเป็นพื้นที่อุตสาหกรรมเชิงนิเวศตามบริบทไว้ 5 ระดับ โดยระดับที่ 5 “เมืองน่าอยู่ คู่อุตสาหกรรม” โรงงานอุตสาหกรรมต้องดำเนินงานด้าน CSV ทั้งในระดับผลิตภัณฑ์ ระดับห่วงโซ่คุณค่า ระดับกลุ่มความร่วมมือ ตามศักยภาพและบริบทของผู้ประกอบกิจการโรงงานและผู้ประกอบธุรกิจ เพื่อพัฒนาและยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่

กรมโรงงานอุตสาหกรรมจึงมีแนวทางการยกระดับโรงงานอุตสาหกรรมที่ดำเนินงานตามมาตรฐานความรับผิดชอบต่อสังคมของผู้ประกอบการ (CSR-DIW) ซึ่งได้รับการรับรองแล้วกว่า 1,300 โรงงานทั่วประเทศ เข้าสู่การดำเนินงานด้าน CSV เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมสมดุล ทั้งความสำเร็จทางธุรกิจ ความปลอดภัยของสังคม ความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อม และการกระจายรายได้สู่ชุมชน ตามแนวทาง MIND AS ONE โดยคำนึงถึงหลักเกณฑ์สำคัญ 3 ประการ ดังนี้

1) ความท้าทายและโอกาสทางธุรกิจ เกิดผลตอบแทนทางธุรกิจในรูปของรายได้ ผลกำไร ส่วนแบ่งตลาด การสร้างตลาดใหม่ การลดค่าใช้จ่าย หรือลดความสูญเสียในด้านต่าง ๆ

2) ประเด็นปัญหาทางสังคมที่รอการแก้ไขโดยใช้เครื่องมือ CSV ในรูปการพัฒนา การแก้ไขเยียวยา การยกระดับคุณภาพชีวิต การรักษาและฟื้นฟูสภาพแวดล้อม การลดความเหลื่อมล้ำ การสร้างโอกาส หรือความเป็นธรรมในสังคมด้านต่าง ๆ

3) ความเชี่ยวชาญและสินทรัพย์ที่องค์กรมีอยู่มาใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล

ด้าน นางอัญชลี ยิ่งทวีสิทธิกุล ผู้อำนวยการกองพัฒนาอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ กล่าวเพิ่มเติมว่า แนวทาง CSV สู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม ประกอบด้วย 3 แนวทางหลัก ได้แก่

1) ระดับผลิตภัณฑ์ (Product) องค์กรคิดค้นผลิตภัณฑ์ใหม่ซึ่งเป็นที่ต้องการของสังคม เพื่อส่งมอบคุณค่าให้แก่สังคมโดยตรงผ่านตัวสินค้าและบริการ รูปแบบธุรกิจจะได้รับคุณค่าในส่วนของรายได้ ส่วนแบ่งการตลาด การเติบโต และความสามารถในการทำกำไรที่เพิ่มขึ้น

2) ระดับห่วงโซ่คุณค่า (Value Chains) องค์กรให้ความสำคัญกับประเด็นปัญหาทางสังคมตลอดห่วงโซ่คุณค่า โดยมุ่งพัฒนาผลิตภาพร่วมกับคู่ค้าและหุ้นส่วนทางธุรกิจในห่วงโซ่คุณค่า โดยส่งมอบคุณค่าให้แก่สังคมจากการจัดการทรัพยากร วัตถุดิบ แรงงาน และค่าตอบแทน ขณะที่องค์กรจะได้รับคุณค่าในรูปของประสิทธิภาพการจัดการวัตถุดิบ การบริหารต้นทุน และความสามารถในการทำกำไรเพิ่ม

3) ระดับกลุ่มความร่วมมือ (Cluster) องค์กรพัฒนาความร่วมมือในกลุ่มชุมชนท้องถิ่น โดยเพิ่มบทบาทการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่เอื้อต่อการประกอบธุรกิจ ในด้านการสาธารณสุข การศึกษา เศรษฐกิจชุมชน สวัสดิการสังคม ขณะที่ธุรกิจได้รับคุณค่าทั้งในแง่รายได้ การบริหารต้นทุน การเข้าถึงปัจจัยการผลิต การกระจายสินค้าและบริการ รวมถึงการทำกำไรเพิ่มขึ้น

#กรมโรงงานอุตสาหกรรม #กรมโรงงาน #กรอ #DIW #MIND #กระทรวงอุตสาหกรรม #เมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ