You are currently viewing กรมโรงงานฯ เปิดบ้านต้อนรับคณะสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน หารือจัดทำข้อเสนอแนะปรับปรุงกฎหมาย ควบคุมการประกอบกิจการที่ไม่อยู่ภายใต้กฎหมายว่าด้วยโรงงาน

วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 นางสาวอารยา ไสลเพชร รองอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม ให้การต้อนรับคณะเจ้าหน้าที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน นำโดย นายสิริน ชาวเพ็ชรดี รองเลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ในโอกาสประชุมหารือความคิดเห็นในการปฏิบัติงานเพื่อประกอบการดำเนินการ “โครงการจัดทำข้อเสนอแนะในการปรับปรุงกฎหมาย กฎ และระเบียบ เพื่อควบคุมการประกอบกิจการโรงงานที่ไม่อยู่ภายใต้บังคับพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562” โดยมี นายจิรวัฒน์ บุปผาพรหม ผู้อำนวยการกองกฎหมาย นางสาวศิรกาญจน์ เหลืองสกุล ผู้อำนวยการกองส่งเสริมเทคโนโลยีสิ่งแวดล้อมโรงงาน นางสาวนวพร สงวนหมู่ ผู้อำนวยการกองบริหารจัดการกากอุตสาหกรรม นางสาวประนมพร โลกคำลือ ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร นายสุพจน์ พินิตกิตติสกุล ผู้อำนวยการกองพัฒนาระบบมาตรฐานงานกำกับโรงงาน นายสราวุธ พรทิพย์ ผู้อำนวยการกองบริการงานอนุญาตโรงงาน 2 ร่วมด้วย เจ้าหน้าที่กรมโรงงานอุตสาหกรรมและสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน เข้าร่วม ณ ห้องประชุม 509 อาคารกรมโรงงานอุตสาหกรรม

นางสาวอารยา ไสลเพชร รองอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม และนายสิริน ชาวเพ็ชรดี รองเลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน
นางสาวอารยา ไสลเพชร รองอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม และนายสิริน ชาวเพ็ชรดี รองเลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน

รองอธิบดีฯ อารยา นำเสนอต่อที่ประชุมถึงข้อมูลภาพรวมสถานประกอบกิจการโรงงานในปัจจุบัน พบว่ามีจำนวนโรงงานทั่วประเทศ 73,984 โรงงาน การจ้างงาน 4,070,784 คน และเงินลงทุนรวม 11,237,005.74 ล้านบาท จำแนกเป็นโรงงานจำพวกที่ 1 จำนวน 47 โรงงาน โรงงานจำพวกที่ 2 จำนวน 3,340 โรงงาน และโรงงานจำพวกที่ 3 จำนวน 70,597 โรงงาน โดยกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีจำนวนโรงงานมากที่สุด ตามลำดับ (ข้อมูล ณ วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569) ได้แก่

1) ผลิตยานพาหนะและอุปกรณ์ รวมทั้งการซ่อมยานพาหนะและอุปกรณ์

2) อุตสาหกรรมอาหาร

3) ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์

4) เคมีภัณฑ์และผลิตภัณฑ์เคมี และ

5) ผลิตภัณฑ์โลหะ

อย่างไรก็ตาม จากสถิติตลอดปี 2568 พบว่าเรื่องร้องเรียนความเดือดร้อนของประชาชนจากการประกอบกิจการโรงงานส่วนใหญ่เกิดจากปัญหากลิ่นเหม็น ความปลอดภัย ฝุ่นละออง เขม่าควัน และน้ำเสีย มากที่สุดตามลำดับ โดยการหารือในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการบูรณาการร่วมกันระหว่างกรมโรงงานอุตสาหกรรมและสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่ออุดช่องว่างทางกฎหมายและสร้างกลไกการกำกับดูแลสถานประกอบการทุกขนาด เพื่อลดผลกระทบต่อชุมชน สิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิตประชาชน

กรมโรงงานฯ นำเสนอต่อที่ประชุมถึงข้อมูลภาพรวมสถานประกอบกิจการโรงงานในปัจจุบัน และสถิติเรื่องร้องเรียนความเดือดร้อนของประชาชนจากการประกอบกิจการโรงงาน ตลอดปี 2568
กรมโรงงานฯ นำเสนอต่อที่ประชุมถึงข้อมูลภาพรวมสถานประกอบกิจการโรงงานในปัจจุบัน และสถิติเรื่องร้องเรียนความเดือดร้อนของประชาชนจากการประกอบกิจการโรงงาน ตลอดปี 2568

รองอธิบดีฯ อารยา กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมโรงงานอุตสาหกรรมเน้นย้ำการกำกับการประกอบกิจการโรงงานอย่างเข้มงวดเป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ ครอบคลุมโรงงานจำพวกที่ 3 ภายใต้การกำกับดูแลของกรมโรงงานอุตสาหกรรม ควบคู่เป็นพี่เลี้ยงสนับสนุนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ในการดูแลโรงงานจำพวกที่ 1 และจำพวกที่ 2 ที่มีการถ่ายโอนภารกิจไปแล้ว

“สถานประกอบการขนาดเล็กที่มีกำลังเครื่องจักรต่ำกว่า 50 แรงม้า คนงานน้อยกว่า 50 คน ซึ่งไม่เข้าข่ายเป็นโรงงานตามพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 จะอยู่ในการกำกับดูแลภายใต้กฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น กฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข กฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม และกฎหมายว่าด้วยการรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง เป็นต้น โดยกรมโรงงานอุตสาหกรรมยังคงให้ข้อแนะนำคำปรึกษาทางเทคนิคในภารกิจถ่ายโอน จัดทำคู่มือการปฏิบัติงาน และอบรมถ่ายทอดความรู้ให้แก่เจ้าหน้าที่ท้องถิ่น เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด” รองอธิบดีฯ อารยา กล่าว

สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน หารือความคิดเห็นในการปฏิบัติงานเพื่อประกอบการดำเนินการ “โครงการจัดทำข้อเสนอแนะในการปรับปรุงกฎหมาย กฎ และระเบียบ เพื่อควบคุมการประกอบกิจการโรงงานที่ไม่อยู่ภายใต้บังคับพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562”
สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน หารือความคิดเห็นในการปฏิบัติงานเพื่อประกอบการดำเนินการ “โครงการจัดทำข้อเสนอแนะในการปรับปรุงกฎหมาย กฎ และระเบียบ เพื่อควบคุมการประกอบกิจการโรงงานที่ไม่อยู่ภายใต้บังคับพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562”
การหารือในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการบูรณาการร่วมกันระหว่างกรมโรงงานอุตสาหกรรมและสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่ออุดช่องว่างทางกฎหมายและสร้างกลไกการกำกับดูแลสถานประกอบการทุกขนาด เพื่อลดผลกระทบต่อชุมชน สิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิตประชาชน
การหารือในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการบูรณาการร่วมกันระหว่างกรมโรงงานอุตสาหกรรมและสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่ออุดช่องว่างทางกฎหมายและสร้างกลไกการกำกับดูแลสถานประกอบการทุกขนาด เพื่อลดผลกระทบต่อชุมชน สิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิตประชาชน

#กรมโรงงานอุตสาหกรรม #กรมโรงงาน #กรอ #DIW #MIND #กระทรวงอุตสาหกรรม #สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน