วันที่ 30 มกราคม 2569 นายพรยศ กลั่นกรอง อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม สั่งการให้เจ้าหน้าที่กองบริหารจัดการกากอุตสาหกรรม เร่งลงพื้นที่ท่าเรือแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี เพื่อตรวจสอบตู้สินค้าต้องสงสัยที่คาดว่าอาจเป็นการนำเข้าเศษโลหะปะปนขยะอิเล็กทรอนิกส์ (E-waste) โดยกรมโรงงานอุตสาหกรรมได้รับแจ้งเตือนจากเครือข่าย BAN (Basel Action Network) เกี่ยวกับการเคลื่อนย้ายข้ามแดนหรือการค้าขยะแบบผิดกฎหมายของสินค้าที่มีความเสี่ยงเป็นขยะอิเล็กทรอนิกส์และขยะพลาสติกที่มีต้นทางจากประเทศสหรัฐอเมริกา และระบุปลายทางเป็นท่าเรือแหลมฉบัง ประเทศไทย จึงประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการบูรณาการความร่วมมือเฝ้าระวังและตรวจสอบเข้มงวดอย่างต่อเนื่อง

จากการลงพื้นที่ตรวจสอบร่วมกันระหว่าง
- กรมโรงงานอุตสาหกรรม
- กรมควบคุมมลพิษ และ
- กรมศุลกากร
ภายหลังจากที่สำนักงานศุลกากรท่าเรือแหลมฉบังแจ้งกักสินค้าเฝ้านระวัง ตามใบตราส่งสินค้า จำนวน 3 หมายเลข รวมจำนวน 8 ตู้สินค้า สำแดงสินค้าเป็นเศษอลูมิเนียม (Aluminum Scrap) ผลการตรวจสอบพบเศษอลูมิเนียมอัดก้อน จำนวน 7 ตู้สินค้า และอีก 1 ตู้สินค้าพบเป็นอลูมิเนียมปะปนเศษแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ที่มีการปนเปื้อนโลหะหนัก

ซึ่งเข้าข่ายเป็นของเสียอันตราย ภายใต้อนุสัญญาบาเซลว่าด้วยการควบคุมการเคลื่อนย้ายข้ามแดนของของเสียอันตรายและการกำจัด (Basel Convention on the Control of Transboundary Movements of Hazardous Wastes and Their Disposal) และเข้าข่ายเป็นของเสียเคมีวัตถุ (Chemical Wastes) ลำดับที่ 2.18 จัดเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 ที่ต้องขออนุญาตนำเข้าตามกฎหมายว่าด้วยวัตถุอันตรายที่กรมโรงงานอุตสาหกรรมรับผิดชอบ และเป็นของต้องห้ามนำเข้ามาในราชอาณาจักร ตามประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง กำหนดให้ขยะอิเล็กทรอนิกส์เป็นสินค้าที่ต้องห้ามในการนำเข้ามาใน ราชอาณาจักร พ.ศ. 2568

เจ้าหน้าที่จึงให้ส่งสินค้าดังกล่าวกลับไปยังประเทศต้นทาง เนื่องจากเป็นการนำเข้าและนำผ่านโดยไม่ได้รับอนุญาต และถือเป็นการเคลื่อนย้ายข้ามแดนแบบผิดกฎหมายภายใต้อนุสัญญาบาเซลฯ ทั้งนี้ ได้กำชับให้บริษัทเอกชนผู้นำเข้าเร่งดำเนินการตามขั้นตอนที่อนุสัญญาบาเซลฯ กำหนดอย่างเคร่งครัด เพื่อไม่ให้ประเทศไทยกลายเป็นถังขยะของโลก



#กรมโรงงานอุตสาหกรรม #กรมโรงงาน #กรอ #DIW #MIND #กระทรวงอุตสาหกรรม #ขยะอิเล็กทรอนิกส์ #Ewaste #อนุสัญญาบาเซล
