ปลัดฯ ณัฐพล จับมือผู้ว่าฯ ชัชชาติ #แก้ปัญหาฝุ่นในเมือง ยกระดับคุณภาพชีวิต สร้างระบบนิเวศ “อากาศดี รายได้ดี ชีวิตดี” กระตุ้นการหมุนเวียนของระบบเศรษฐกิจบนพื้นฐานของอากาศสะอาด สุขภาพดีมีชีวิตอย่างลงตัว

เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2569 เวลา 10.30 น. ณ ห้องรัตนโกสินทร์ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (เสาชิงช้า) นายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม และนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ร่วมกันแถลงข่าว การยกระดับมาตรการจัดการมลพิษอากาศในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ภายใต้ความร่วมมือกรุงเทพมหานคร x กระทรวงอุตสาหกรรม

นายณัฐพลฯ เปิดเผยว่า กระทรวงอุตสาหกรรมดำเนินมาตรการเชิงรุกทั้งระบบอย่างต่อเนื่อง มุ่งให้เกิดระบบนิเวศที่เสริมสร้างให้ประชาชน นักท่องเที่ยว และภาคธุรกิจ จับจ่ายใช้สอยและเดินทางท่องเที่ยวได้อย่างมั่นใจและปลอดภัย รวมถึงภาคอุตสาหกรรมดำเนินกิจกรรมได้อย่างเต็มประสิทธิภาพในช่วง High Season ของประเทศ ซึ่งที่ผ่านมากระทรวงอุตสาหกรรมได้ปรับอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลของไทย จากเดิมมีอ้อยเผา 55.44% ในฤดูการผลิต 2561/2562 ปัจจุบันเหลือเพียง 22.17% ในฤดูการผลิตที่ผ่านมา นอกจากนี้ยังได้ตรวจกำกับและสั่งการให้โรงงานปรับปรุงแก้ไขระบบบำบัดมลพิษอากาศ รวมถึงให้คำแนะนำในการบำรุงรักษาเครื่องจักรให้มีประสิทธิภาพอย่างสม่ำเสมอ![]()
![]()

![]()
จากข้อมูลพบว่ามลพิษฝุ่นในประเทศไทยเกิดจากการเผาในที่โล่ง 40% ภาคอุตสาหกรรม 20% และการจราจร 15% เพื่อลดการเกิดมลพิษดังกล่าว กระทรวงอุตสาหกรรม จึงกำหนด 3 มาตรการเชิงรุกที่สำคัญดังนี้
1. อัพเกรดการกำกับโรงงาน เพื่อให้เกิดการอัพเกรดเทคโนโลยีการผลิตและระบบบำบัดมลพิษ โดย
1) ยกระดับมาตรฐานการระบายมลพิษอากาศของโรงงานในกรุงเทพมหานคร ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 โรงงานในกรุงเทพมหานครต้องควบคุมการระบายมลพิษจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงของหม้อน้ำและหม้อต้ม ให้ฝุ่นไม่เกิน 60 มิลลิกรัมต่อลูกบาศก์เมตรสำหรับเชื้อเพลิงก๊าซ และไม่เกิน 90 มิลลิกรัมต่อลูกบาศก์เมตรสำหรับเชื้อเพลิงแข็งและเชื้อเพลิงเหลว (ลดลง 62-81%) ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ 60 ส่วนในล้านส่วน (ลดลง 91-94%) ก๊าซออกไซด์ของไนโตรเจน 60 ส่วนในล้านส่วน (ลดลง 20-60%)
2) โรงงานที่มีกระบวนการผลิตและการเผาไหม้ที่ก่อให้เกิดฝุ่นต้องติดตั้งระบบตรวจวัดมลพิษอากาศแบบอัตโนมัติ (CEMS) และเชื่อมต่อสัญญาณกับกรมโรงงานอุตสาหกรรมภายในวันที่ 1 ตุลาคม 2569 ยกเว้นหม้อน้ำที่ใช้พลังงานไฟฟ้าและเชื้อเพลิงก๊าซ ซึ่งคาดว่าจะมีโรงงานในกรุงเทพฯ ที่เข้าข่ายต้องติดตั้งระบบ CEMS มากถึง 156 โรงงาน
3) ส่งเสริมการย้ายโรงงานในชุมชนเมืองสู่นิคมอุตสาหกรรม และการพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตรวมถึงบริหารจัดการสาธารณูปโภคแบบครบวงจร
2. ยกระดับมาตรฐานยานยนต์ EV และ EURO 6 สู่ยานยนต์ไร้มลพิษ โดยได้บังคับใช้มาตรฐาน EURO 6 แล้วกับรถยนต์ขนาดเล็กเครื่องยนต์เบนซิน เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2568 และรถยนต์ขนาดใหญ่เครื่องยนต์เบนชิน เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา นอกจากนี้กระทรวงอุตสาหกรรมยังสนับสนุนยานยนต์ไฟฟ้าผ่านมาตรการ EV3.5 และการลดภาษีสรรพสามิตของรัฐบาล
3. ควบคุมการเผาอ้อย สู่ “อ้อยไทย ไร้เผา”
สำหรับฤดูการผลิต 2568/2569 โดยให้เงินช่วยเหลือเกษตรกรทั้งในการอุดหนุนการตัดอ้อยสดและการรับซื้อใบอ้อย วางเป้าหมายอ้อยเผาทั้งประเทศไม่เกิน 10% และให้โรงงานหยุดรับอ้อยในช่วงเทศกาลปีใหม่ ตั้งแต่วันที่ 27 ธันวาคม 2568 ถึง 4 มกราคม 2569 เพื่อลดปริมาณรถบรรทุกและลดโอกาสเกิดอุบัติเหตุในช่วงเทศกาล รวมถึงเป็นการสร้างบรรยากาศการท่องเที่ยวไร้ฝุ่นควัน นอกจากนี้เพื่อให้การควบคุมการเผาอ้อยและพืชไร่อื่น ๆ ในปีต่อไปเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น กระทรวงอุตสาหกรรม ได้ยกระดับความร่วมมือกับกระทรวงมหาดไทย (มท.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์และนวัตกรรม (อว.) และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ในการแก้ไขปัญหา โดยให้ความสำคัญกับการลดการเผาอ้อยทั้งก่อนและหลังการเก็บเกี่ยว ควบคู่กับการลดผลกระทบจากฝุ่น PM2.5 ผ่านการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ความเชี่ยวชาญ เทคโนโลยี และเครือข่ายการปฏิบัติงานของแต่ละหน่วยงาน เพื่อให้เกิดผลลัพธ์และต่อยอดการบริหารจัดการ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

![]()
สำหรับในช่วงเดือนธันวาคมที่ผ่านมา กระทรวงอุตสาหกรรมได้ปูพรมตรวจโรงงานที่มีความเสี่ยงด้านฝุ่นละอองอย่างต่อเนื่อง จำนวน 519 โรงงาน สั่งการให้ปรับปรุงแก้ไขไปแล้ว 14 โรงงาน ทั้งนี้ วางเป้าหมายตรวจเชิงรุกด้านฝุ่นละอองในพื้นที่กรุงเทพมหานคร 319 โรงงาน ปริมณฑล 745 โรงงาน และภาคเหนือ 893 โรงงาน รวมทั้งหมด 1,957 โรงงาน

นายพรยศ กลั่นกรอง อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า กรมโรงงานอุตสาหกรรมตรวจสอบโรงงานในพื้นที่กรุงเทพมหานครทั้ง 319 โรงงานแล้ว สั่งการให้ปรับปรุงแก้ไข 5 โรงงาน พร้อมกำชับให้ทุกโรงงานดูแลการประกอบกิจการในช่วงฤดูฝุ่นอย่างเข้มงวด และเตรียมพร้อมช่วยเหลือผู้ประกอบการในการปรับตัวสู่ #มาตรฐานการระบายมลพิษอากาศใหม่


