You are currently viewing “อนุทิน” บุกโกดังสมุทรปราการ🏭 ทลายเครือข่าย “หนูเฉิน-จีนเทา” กรมโรงงานฯ ร่วมยึดสารเคมีควบคุม 5 ชนิด 🛢️⚙️รวมน้ำหนักกว่า 50 ตัน


📌
📝เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2569 เวลา 20.15 น. นายพรยศ กลั่นกรอง อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม มอบหมาย นายธีรทัศน์ อิศรางกูร ณ อยุธยา รองอธิบดีกรมโรงงานฯ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กองบริหารจัดการวัตถุอันตราย ร่วมลงพื้นที่เข้าตรวจสอบสารเคมีต้องสงสัยว่ามีการนำเข้า ครอบครอง โดยไม่ได้รับอนุญาต โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พล.ต.ท. ยุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วยนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบโกดังเก็บสารเคมี ซอยสุขสวัสดิ์ 49 จังหวัดสมุทรปราการ ร่วมแถลงผลปฏิบัติการขยายผลทลายเครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติ หลังจากรัฐบาลไทยบูรณาการร่วมกับสำนักข่าวกรองแห่งชาติสาธารณรัฐเกาหลี (NIS) จับกุมนายฐปนันท์ ธรรมรัตน์ธาดา หรือ “หนูเฉิน” ผู้ต้องหารายสำคัญที่หลบหนีคดีนานกว่า 14 ปี นำไปสู่การขยายผลเส้นทางธุรกรรม และตรวจสอบการประกอบกิจการโรงงานอุตสาหกรรมบังหน้า

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พล.ต.ท. ยุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วยนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบโกดังเก็บสารเคมี ซอยสุขสวัสดิ์ 49 จังหวัดสมุทรปราการ ร่วมแถลงผลปฏิบัติการขยายผลทลายเครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติ

จากการปูพรมตรวจค้น 10 จุดปฏิบัติการ ใน 3 บริษัท 4 จังหวัด (กรุงเทพฯ, สมุทรปราการ, ระยอง, นนทบุรี) พบพฤติกรรมกลุ่มทุนจีนเทาใช้ช่องว่างทางธุรกิจ ลักลอบซื้อ-ขายและขนย้ายสารเคมีที่ใช้ในภาคอุตสาหกรรม ส่งต่อไปยังโรงงานผลิตยาเสพติดในพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำ รวมถึงนำไปใช้ผลิต “#เอโทมิเดต ถูกควบคุมเป็น วัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 ตามประมวลกฎหมายยาเสพติดของประเทศไทย เพื่อผสมในน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า

กรมโรงงานอุตสาหกรรมรับผิดชอบ โดยจากการตรวจสอบพบว่าการครอบครองวัตถุอันตรายดังกล่าว ไม่ได้รับอนุญาตจากกรมโรงงานอุตสาหกรรมแต่อย่างใด จึงเป็นความผิดในข้อกล่าวหา “ฝ่าฝืน มาตรา 23 วรรคหนึ่ง ซึ่งมีบทกำหนดโทษตามมาตรา 73 สำหรับวัตถุอันตรายชนิดที่ 3” พนักงานเจ้าหน้าที่จะได้ร้องทุกข์กล่าวโทษเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ปฏิบัติการครั้งนี้ เจ้าหน้าที่สามารถอายัดสารเคมีควบคุม 5 ชนิด รวมน้ำหนักกว่า 50 ตัน ประกอบด้วย

🔰1 อะซีโตน (acetone) วัตถุอันตรายชนิดที่ 3 (สารในอุตสาหกรรมพลาสติก อุตสาหกรรมสี กาว) จำนวน 9,105 กก.

🔰2 กรดอะซีติก (acetic acid) วัตถุอันตรายชนิดที่ 3 (สารในอุตสาหกรรมย้อมผ้า ฟอกหนัง อุตสาหกรรมยางสังเคราะห์) จำนวน 10,170 กก.

🔰3 ได-(2-เอทิลเฮกซิล) ฟทาเลต [di-(2-ethylhexyl) phthalate] วัตถุอันตรายชนิดที่ 3 ใช้ในอุตสาหกรรมพลาสติก จำนวน 26,000 กก.

🔰4 กรดซัลฟูริก (sulfuric acid) วัตถุอันตรายชนิดที่ 3 (สารล้างคราบไขมัน/ชุบโลหะ อุตสาหกรรมยางพารา) จำนวน 4,500 กก.

🔰5 กรดไฮโดรคลอริก (hydrochloric acid) วัตถุอันตรายชนิดที่ 3 (สารฟอกขาว/ผลิตปุ๋ย ล้างคราบน้ำมัน) จำนวน 225 กก.

.

นายกรัฐมนตรี ย้ำว่า หากสารเคมีอุตสาหกรรมทั้งหมดนี้ เล็ดลอดไปยังแหล่งผลิต จะสามารถนำไปสกัดเป็นยาบ้าได้สูงถึง 1,100 ล้านเม็ด (เทียบเท่าปริมาณการจับกุมได้ทั้งปี) หรือผลิตยาไอซ์ได้ถึง 21 ตัน รัฐบาลจะเดินหน้าบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดในทุกมิติ โดยเฉพาะการควบคุมการนำเข้า-ส่งออก สารเคมีและวัตถุอันตราย เพื่อตัดวงจรไม่ให้สารเคมีภาคอุตสาหกรรมถูกเปลี่ยนเส้นทางไปสู่ขบวนการผิดกฎหมายอย่างเด็ดขาด

ในการลงพื้นตรวจสอบสารเคมีดังกล่าวเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 ตาม พ.ร.บ.วัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 ที่กรมโรงงานอุตสาหกรรมรับผิดชอบ โดยจากการตรวจสอบพบว่าการครอบครองวัตถุอันตรายดังกล่าว ไม่ได้รับอนุญาตจากกรมโรงงานอุตสาหกรรมแต่อย่างใด จึงเป็นความผิดในข้อกล่าวหา “ฝ่าฝืน มาตรา 23 วรรคหนึ่ง ซึ่งมีบทกำหนดโทษตามมาตรา 73 สำหรับวัตถุอันตรายชนิดที่ 3” พนักงานเจ้าหน้าที่จะได้ร้องทุกข์กล่าวโทษเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป บทลงโทษสูงสุดสำหรับผู้ครอบครองวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 โดยไม่ได้รับอนุญาตจะมีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ทั้งนี้ กรมโรงงานอุตสาหกรรม ได้อายัดสารเคมีดังกล่าวไว้เพื่อให้พนักงานสอบสวน ดำเนินการส่งตรวจพิสูจน์ เพื่อประกอบการดำเนินคดีต่อไป

📌กองบริหารจัดการวัตถุอันตราย โทร. 0 2430 6308 ต่อ 1706-12