วันที่ 21 ตุลาคม 2569 นายธีรทัศน์ อิศรางกูร ณ อยุธยา รองอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม พร้อมด้วย นายปริญญา มณีวงศ์ รักษาการผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านสิ่งแวดล้อม เจ้าหน้าที่กองบริหารจัดการกากอุตสาหกรรมและกองบริการงานอนุญาตโรงงาน 2 เข้าร่วมประชุมคณะอนุกรรมการพิจารณาศึกษาการบริหารจัดการอุบัติภัยอุตสาหกรรมรูปแบบใหม่ ในคณะกรรมาธิการป้องกันและบรรเทาผลกระทบจากภัยธรรมชาติและสาธารณภัย โดยมี นายยศวัฒน์ มาไพศาลสิน ประธานอนุกรรมการฯ เป็นประธานการประชุม ร่วมด้วย คณะอนุกรรมาธิการฯ ผู้แทนจากกรมควบคุมมลพิษ ศูนย์เทคโนโลยีพลังงานแห่งชาติ (ENTEC) และผู้ประกอบการ เข้าร่วมประชุม ณ อาคารรัฐสภา

การประชุมครั้งนี้ กรมโรงงานอุตสาหกรรมได้นำเสนอข้อมูลการกำกับดูแลและการจัดการซากแผงเซลล์แสงอาทิตย์ หรือโซลาร์เซลล์ (Solar Cell) ในประเด็นสำคัญ ครอบคลุมสถานการณ์การนำเข้าที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 88.7% ในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2569 มีมูลค่ากว่า 14,836 ล้านบาท เพื่อรองรับความต้องการพลังงานสะอาดในประเทศ ประกอบกับปัจจุบันประเทศไทยมีโรงงานผลิตแผงเซลล์แสงอาทิตย์จำนวน 28 โรงงาน ที่มีศักยภาพกำลังการผลิตติดตั้งรวมในระดับสูงกว่า 10 จิกะวัตต์ต่อปี อย่างไรก็ตาม ภาครัฐตระหนักถึงความท้าทายจากวิกฤตซากแผงโซลาร์เซลล์ ที่จะทยอยหมดอายุการใช้งาน (อายุเฉลี่ย 20–25 ปี) ซึ่งสถาบันวิจัยคาดการณ์ว่าจะมีปริมาณซากสะสมสูงถึงประมาณ 70,000 ตันภายในปี พ.ศ. 2573

สำหรับด้านกฎหมายและมาตรการกำกับดูแล กรมโรงงานอุตสาหกรรมได้ดำเนินการภายใต้กรอบกฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยห้ามนำแผงเซลล์แสงอาทิตย์ที่ใช้แล้วไปกำจัดด้วยวิธีการฝังกลบอย่างปลอดภัย (รหัสวิธีการ 072) และการฝังกลบหลังปรับเสถียรหรือทำให้เป็นก้อนแข็งแล้ว (รหัสวิธีการ 073) ซึ่งต้องเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลหรือถอดแยกตามหลักวิชาการเท่านั้น อีกทั้งการนำกลับมาใช้ซ้ำ (Reuse) ต้องมีประสิทธิภาพไม่น้อยกว่า 70% ของประสิทธิภาพเดิม และต้องนำกลับมาใช้ตามวัตถุประสงค์เดิมเท่านั้น นอกจากนี้ การนำกากอุตสาหกรรมหรือซากแผงออกนอกโรงงานต้องผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ของกรมโรงงานอุตสาหกรรม ตั้งแต่การขออนุญาตผ่านระบบการอนุญาตนำสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วออกนอกโรงงาน (กอ.1) จนถึงการติดตามปลายทางผ่านระบบแสดงการจัดการสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว (กอ.2) โดยผู้ก่อกำเนิดยังคงต้องมีความรับผิดชอบตามกฎหมายหากเกิดการสูญหายหรือลักลอบทิ้ง ตลอดจนกำหนดให้ผู้ประกอบการต้องแยกเก็บของเสียอันตรายและไม่อันตรายอย่างเหมาะสม มีระบบกักเก็บสารรั่วไหล และจัดทำแผนเผชิญเหตุฉุกเฉินครอบคลุมอัคคีภัยอย่างเคร่งครัด

ทั้งนี้ กรมโรงงานอุตสาหกรรมได้เสนอแนวทางขับเคลื่อนเชิงนโยบายเพื่อปิดช่องว่างการจัดการซากแผงจากภาคครัวเรือนและอาคารพาณิชย์ พร้อมบูรณาการความร่วมมือกับภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในการขับเคลื่อนมาตรการจัดการซากแผงเซลล์แสงอาทิตย์ อีกทั้งผลักดันการเสนอร่างพระราชบัญญัติจัดการกากอุตสาหกรรม พ.ศ. …. เพื่อยกระดับการบริหารจัดการกากอุตสาหกรรมอย่างครบวงจรต่อไป


#กรมโรงงานอุตสาหกรรม #กรมโรงงาน #กรอ #DIW #MIND #กระทรวงอุตสาหกรรม #กากอุตสาหกรรม #โซลาร์เซลล์ #SolarCell
