You are currently viewing กรมโรงงานฯ แท็กทีม ท็อปกัน-สอจ.ปราจีนบุรี  งัด ม.39 สั่งหยุดโรงงานรีไซเคิลขยะอิเล็กทรอนิกส์ “เอ็มวาย เมทัล” หลังพบเจตนาฝ่าฝืนคำสั่ง ลักลอบขยายเครื่องจักร-ประกอบกิจการไร้ใบอนุญาต

นายพรยศ กลั่นกรอง อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ที่ผ่านมา กระทรวงอุตสาหกรรม โดย กรมโรงงานอุตสาหกรรม ได้ใช้มาตรการขั้นเด็ดขาดสั่งหยุดประกอบกิจการโรงงานที่สร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชนในพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรีไปแล้ว รวม 3 โรงงาน ได้แก่ บริษัท จี.เค.ซี. รีไซเคิล จำกัด สาขากบินทร์บุรี ตำบลบ่อทอง อำเภอกบินทร์บุรี จำนวน 1 โรงงาน บริษัท กรีน เอ็นไวรอนเม้นท์ เทคโนโลยี่ จำกัด ตำบลหัวหว้า อำเภอศรีมหาโพธิ โรงงานลำดับที่ 105 จำนวน 1 โรงงาน และโรงงานลำดับที่ 106 จำนวน 1 โรงงาน ซึ่งจะเดินหน้าปราบปรามเชิงรุกอย่างเต็มกำลัง โดยจะไม่ละเว้นแก่ผู้ประกอบการที่เจตนาฝ่าฝืนกฎหมาย โดยเฉพาะโรงงานที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยของประชาชน

สอจ.ปราจีนบุรี ใช้มาตรา 37 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม สั่งการให้ บริษัท เอ็มวาย เมทัล จำกัด ระงับการกระทำที่ฝ่าฝืนทันที พร้อมทั้งอายัดวัตถุอันตรายไว้ทั้งหมด และให้ดำเนินการปรับปรุงแก้ไขให้เป็นไปตามที่ได้รับอนุญาต
สอจ.ปราจีนบุรี ใช้มาตรา 37 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม สั่งการให้ บริษัท เอ็มวาย เมทัล จำกัด ระงับการกระทำที่ฝ่าฝืนทันที พร้อมทั้งอายัดวัตถุอันตรายไว้ทั้งหมด และให้ดำเนินการปรับปรุงแก้ไขให้เป็นไปตามที่ได้รับอนุญาต

นายพรยศ กล่าวเพิ่มเติมว่า จากการสั่งหยุดประกอบกิจการโรงงานดังกล่าว การตรวจสอบเชิงรุกอย่างต่อเนื่องยังพบอีกหนึ่งโรงงานในพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรีมีการประกอบกิจการไม่เป็นไปตามที่ได้รับอนุญาต โดยเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2569 พนักงานเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบโรงงาน บริษัท เอ็มวาย เมทัล จำกัด ประกอบกิจการนำอุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์มาผ่านกรรมวิธีถอดแยก บดย่อย และหลอมหล่อ เพื่อนำโลหะกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ ตั้งอยู่ในตำบลกรอกสมบูรณ์ อำเภอศรีมหาโพธิ พบการกระทำความผิดโดยลักลอบขยายกำลังแรงม้าเครื่องจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต มีการติดตั้งเครื่องจักรเพื่อประกอบกิจการบดย่อย ร่อนแยก และหลอมหล่อโลหะจากชิ้นส่วนอุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ในอาคารหลายหลังในพื้นที่บริเวณดังกล่าว อีกทั้งพบการประกอบกิจการในส่วนขยายโรงงานโดยไม่แจ้งเริ่มประกอบกิจการโรงงานต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดปราจีนบุรี (สอจ.ปราจีนบุรี) จึงอาศัยอำนาจตามมาตรา 37 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม สั่งการให้บริษัทฯ ระงับการกระทำที่ฝ่าฝืนทันที พร้อมทั้งอายัดวัตถุอันตรายไว้ทั้งหมด และให้ดำเนินการปรับปรุงแก้ไขให้เป็นไปตามที่ได้รับอนุญาต

กรมโรงงานอุตสาหกรรม ร่วมชุดปฏิบัติการพิเศษท็อปกัน นำโดย พลเอก นักรบ บุญบัวทอง หัวหน้าชุดปฏิบัติการพิเศษท็อปกัน คณะทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และ สอจ.ปราจีนบุรี ลงพื้นที่ตรวจสอบ
กรมโรงงานอุตสาหกรรม ร่วมชุดปฏิบัติการพิเศษท็อปกัน นำโดย พลเอก นักรบ บุญบัวทอง หัวหน้าชุดปฏิบัติการพิเศษท็อปกัน คณะทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และ สอจ.ปราจีนบุรี ลงพื้นที่ตรวจสอบ

ล่าสุด (14 ตุลาคม 2569) กรมโรงงานอุตสาหกรรม ร่วมชุดปฏิบัติการพิเศษท็อปกัน นำโดย พลเอก นักรบ บุญบัวทอง หัวหน้าชุดปฏิบัติการพิเศษท็อปกัน คณะทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และ สอจ.ปราจีนบุรี ลงพื้นที่ตรวจสอบเพื่อติดตามการปฏิบัติตามคำสั่ง พบพฤติการณ์เจตนาฝ่าฝืนอย่างชัดเจน โดยบริษัทฯ ไม่ปรับปรุงแก้ไขโรงงานตามคำสั่งมาตรา 37 วรรคหนึ่ง นอกจากนี้ ในพื้นที่อาคารอีกหลายหลัง ยังพบร่องรอยการลักลอบประกอบกิจการบดย่อย ร่อนแยก และหลอมหล่อโลหะจากชิ้นส่วนอุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงมีการติดตั้งเครื่องจักรและมีวัตถุอันตรายเปลี่ยนแปลงไปจากที่อายัดไว้เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2569 เข้าข่ายเป็นการตั้งโรงงานโดยไม่ได้รับอนุญาตและครอบครองวัตถุอันตรายโดยไม่ได้รับอนุญาต

ผูกมัดประทับตราเครื่องจักร ป้องกันไม่ให้ผู้ประกอบการใช้เครื่องจักรลักลอบประกอบกิจการในระหว่างปฏิบัติตามคำสั่ง
ผูกมัดประทับตราเครื่องจักร ป้องกันไม่ให้ผู้ประกอบการใช้เครื่องจักรลักลอบประกอบกิจการในระหว่างปฏิบัติตามคำสั่ง

พฤติการณ์ดังกล่าวถือเป็นการเจตนาไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ อาจก่อให้เกิดอันตราย ความเสียหาย หรือความเดือดร้อนอย่างร้ายแรงแก่ประชาชนและชุมชนใกล้เคียง กรมโรงงานอุตสาหกรรมจึงอาศัยอำนาจแห่งพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ตามมาตรา 39 วรรคหนึ่ง ออกคำสั่งให้บริษัทฯ หยุดประกอบกิจการโรงงานทั้งหมดเป็นการชั่วคราว และเร่งปรับปรุงแก้ไขการประกอบกิจการโรงงานให้ถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนด พร้อมอาศัยอำนาจตามาตรา 37 วรรคสอง ขออนุมัติจากผู้ซึ่งปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมมอบหมายให้พนักงานเจ้าหน้าที่ผูกมัดประทับตราเครื่องจักร ป้องกันไม่ให้ผู้ประกอบการใช้เครื่องจักรลักลอบประกอบกิจการในระหว่างปฏิบัติตามคำสั่งมาตรา 37 วรรคหนึ่ง เพื่อหยุดยั้งความเสี่ยงและป้องกันเหตุอันตรายที่อาจเกิดขึ้น

“เมื่อตรวจพบการกระทำความผิดจะดำเนินการตามกฎหมายทันที และหากไม่ปรับปรุงแก้ไขตามสั่ง จะใช้มาตรการสั่งหยุดประกอบกิจการโดยไม่มีข้อยกเว้น เพื่อเป็นการส่งสัญญาณชัดเจนว่าผู้ประกอบการทุกรายต้องปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัยของสังคมส่วนรวม” อธิบดีพรยศฯ กล่าว

บริษัทฯ ไม่ปรับปรุงแก้ไขโรงงานตามคำสั่งมาตรา 37 วรรคหนึ่ง
บริษัทฯ ไม่ปรับปรุงแก้ไขโรงงานตามคำสั่งมาตรา 37 วรรคหนึ่ง
พบร่องรอยการลักลอบประกอบกิจการบดย่อย ร่อนแยก และหลอมหล่อโลหะจากชิ้นส่วนอุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์
พบร่องรอยการลักลอบประกอบกิจการบดย่อย ร่อนแยก และหลอมหล่อโลหะจากชิ้นส่วนอุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์
กรมโรงงานอุตสาหกรรมจึงอาศัยอำนาจแห่งพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ตามมาตรา 39 วรรคหนึ่ง ออกคำสั่งให้บริษัทฯ หยุดประกอบกิจการโรงงานทั้งหมดเป็นการชั่วคราว และเร่งปรับปรุงแก้ไขการประกอบกิจการโรงงานให้ถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนด
กรมโรงงานอุตสาหกรรมจึงอาศัยอำนาจแห่งพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ตามมาตรา 39 วรรคหนึ่ง ออกคำสั่งให้บริษัทฯ หยุดประกอบกิจการโรงงานทั้งหมดเป็นการชั่วคราว และเร่งปรับปรุงแก้ไขการประกอบกิจการโรงงานให้ถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนด

#กรมโรงงานอุตสาหกรรม #กรมโรงงาน #กรอ #DIW #MIND #กระทรวงอุตสาหกรรม #ปราจีนบุรี