“คณะกรรมการประหยัดการใช้พลังงาน น้ำ และกระดาษของกรมโรงงานอุตสาหกรรม ขอเชิญชวนให้ทุกท่านร่วมกันประหยัดพลังงาน น้ำ และกระดาษด้วยวิธีง่าย ๆ อย่างการเดินขึ้นลงบันไดแทนการใช้ลิฟท์ ปิดไฟและเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกครั้งเมื่อไม่ใช้งาน ปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศที่ 25-26 องศา อย่านำของร้อนไปแช่ในตู้เย็น ผู้ที่มีรถยนต์ควรเติมลมยางให้พอดี หมั่นเช็คเครื่องยนต์อย่างสม่ำเสมอ ทางเดียวกันไปด้วยกันก็ช่วยประหยัดได้ น้ำสำคัญกับการใช้ชีวิตควรปิดน้ำระหว่างแปรงฟันหรือทำธุระส่วนตัว กระดาษผลิตจากต้นไม้ควร ใช้ทั้ง 2 หน้าและลดการใช้ให้น้อยลง”**** ผู้ประกอบการสามารถติดตามการดำเนินการอนุญาตโรงงาน ผ่านทาง website ได้ที่นี่****


นับแต่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2554
 
 
 
 
 

ข่าวประชาสัมพันธ์
กรมโรงงานอุตสาหกรรมเร่งตรวจสอบโรงงานที่มีสารเคมี โรงงานประกอบกิจการเกี่ยวกับการผลิตยางเรซินสังเคราะห์ ยางอีลาสโตเมอร์ พลาสติก จำนวน 92 โรงงาน และ โรงงานประกอบกิจการทำเคมีภัณฑ์ สารเคมี หรือวัสดุเคมี ซึ่งมิใช่ปุ๋ย จำนวน 460 โรงงาน
   กรมโรงงานอุตสาหกรรมเร่งตรวจสอบโรงงานที่มีสารเคมี โรงงานประกอบกิจการเกี่ยวกับการผลิตยางเรซินสังเคราะห์ ยางอีลาสโตเมอร์ พลาสติก จำนวน 92 โรงงาน และ โรงงานประกอบกิจการทำเคมีภัณฑ์ สารเคมี หรือวัสดุเคมี ซึ่งมิใช่ปุ๋ย จำนวน 460 โรงงาน ตามนโยบายของนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เน้นโรงงานในพื้นที่ชุมชนและเป็นโรงงานที่ได้รับอนุญาตประกอบกิจการโรงงานเป็นระยะเวลานานเป็นอันดับแรก ซึ่งวันนี้
(15 ก.ค.64) กรมโรงงานอุตสาหกรรม นำโดยนายวีระกิตติ์ รันทกิจธนวัชร์ รองอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กองบริการงานอนุญาตโรงงาน 1 กองส่งเสริมเทคโนโลยีความปลอดภัยโรงงาน และกองบริหารจัดการวัตถุอันตราย เข้าร่วมตรวจสอบโรงงาน บริษัท ไทยโทเรซินเทติคส์ จำกัด เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร เป็นที่แรก โดยกรมโรงงานอุตสาหกรรมมีแผนที่จะตรวจสอบโรงงานในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ร่วมกับสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด ประมาณ 50 โรงงาน ตลอดเดือนกรกฎาคม 2564
   
   สำหรับกรณีจำนวนสารสไตรีนที่คงค้างอยู่ภายใน บริษัท หมิงตี้เคมีคอล จำกัด เรียนชี้แจงรายละเอียดเพิ่มเติมว่า
หลังจากเกิดเหตุเพลิงไหม้บริษัท หมิงตี้ เคมีคอล จำกัด ในวันที่ 7 ก.ค. 64 กระทรวงอุตสาหกรรมได้แจ้งว่ามี 
สารสไตรีนอยู่ 600 ตัน นั้น เป็นการคาดการปริมาณสารที่ยังคงเหลืออยู่จากทีมปฏิบัติการฉุกเฉินและผู้เชี่ยวชาญจากบริษัทสารเคมีที่เข้าไปตรวจสอบเบื้องต้น เนื่องจากบริเวณที่วางถังบรรจุสไตรีนยังคงมีความเสี่ยงและอันตรายอต่อผู้ปฏิบัติงาน  ซึ่งต่อมาเมื่อวันที่ 10 ก.ค.64 ทีมปฏิบัติงานได้เข้าควบคุมสถานการณ์ดังกล่าวเพื่อไม่ให้เกิดการทำปฏิกิริยาต่อเนื่องของสารเคมีจนปลอดภัยต่อการขนย้ายแล้ว จึงได้ทำการวัดปริมาณสารอีกครั้ง พบว่ามีสารสไตรีนอยู่ประมาณ 1,000  ตัน  ซึ่งสารสไตรีนทั้งหมดจะดำเนินการขนส่งไปกำจัดแล้วเสร็จภายในวันที่ 17 ก.ค. 64