ขอเชิญผู้ประกอบกิจการโรงงานอุตสาหกรรมสมัครเข้าร่วมโครงการ CSR-DIW Continuous ประจำปี 2563**** ขอความร่วมมือในการตอบแบบสำรวจความต้องการในการใช้เศษพลาสติกจากต่างประเทศเป็นวัตถุดิบ**** ศูนย์บริการสารพันทันใจ หยุดให้บริการวันเสาร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2563**** "เผยแพร่ผลการดำเนินงานของโครงการ 3Rs ประจำปี พ.ศ. 2562"**** เชิญผู้ประกอบการอุตสาหกรรมที่สนใจสมัครเข้ารับการฝึกอบรมหลักสูตรบุคลากรเฉพาะด้านความความรับผิดชอบต่อสังคมประจำโรงงาน จัดอบรมโดยสถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ ได้ที่ https://www.masci.or.th/csr_2563 หรือโทร 0 2617 1727 ต่อ 814-815**** “คณะกรรมการประหยัดการใช้พลังงาน น้ำ และกระดาษของกรมโรงงานอุตสาหกรรม ขอเชิญชวนให้ทุกท่านร่วมกันประหยัดพลังงาน น้ำ และกระดาษด้วยวิธีง่าย ๆ อย่างการเดินขึ้นลงบันไดแทนการใช้ลิฟท์ ปิดไฟและเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกครั้งเมื่อไม่ใช้งาน ปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศที่ 25-26 องศา อย่านำของร้อนไปแช่ในตู้เย็น ผู้ที่มีรถยนต์ควรเติมลมยางให้พอดี หมั่นเช็คเครื่องยนต์อย่างสม่ำเสมอ ทางเดียวกันไปด้วยกันก็ช่วยประหยัดได้ น้ำสำคัญกับการใช้ชีวิตควรปิดน้ำระหว่างแปรงฟันหรือทำธุระส่วนตัว กระดาษผลิตจากต้นไม้ควร ใช้ทั้ง 2 หน้าและลดการใช้ให้น้อยลง”**** ศูนย์บริการสารพันทันใจ เปิดให้บริการในวันจันทร์-วันศุกร์ เวลา 08.30-16.30 น. และ วันเสาร์เวลา 08.30-12.00 น.**** ผู้ประกอบการสามารถติดตามการดำเนินการอนุญาตโรงงาน ผ่านทาง website ได้ที่นี่****


นับแต่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2554
 
 
 
 
นายประกอบ วิวิธจินดา อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม เป็นประธานเปิดงานพิธีลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือเข้าร่วมโครงการพัฒนาระบบวิเคราะห์การใช้พลังงาน (Factory Energy Monitoring Online (FEMO)
         วันศุกร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา 13.30 น. นายประกอบ วิวิธจินดา อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม เป็นประธานเปิดงานพิธีลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือเข้าร่วมโครงการพัฒนาระบบวิเคราะห์การใช้พลังงาน (Factory Energy Monitoring Online (FEMO)) ในโรงงานอุตสาหกรรมระหว่าง กรมโรงงานอุตสาหกรรมกับหน่วยงานเอกชน โดยมี นายศุภกิจ บุญศิริ รองอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม กล่าวรายงาน พร้อมด้วยนายรินทวัฒน์ สมบัติศิริ ผู้อำนวยการกองพัฒนาระบบมาตรฐานงานกำกับโรงงาน นายสันติ สิทธิเลิศพิศาล ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ผู้ประกอบการ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องชมัยมรุเชฐ สโมสรกองทัพบก 
 
นายประกอบฯ กล่าวว่าความร่วมมือระหว่าง กรมโรงงานอุตสาหกรรม กับ โรงงานอุตสาหกรรม ถือเป็นตัวอย่างที่ดี ในการบูรณาการการทำงานร่วมกันของหน่วยงานรัฐกับเอกชน ที่ภาครัฐได้สนับสนุนเงินทุนในการพัฒนาระบบวิเคราะห์การใช้พลังงานร่วมกับเอกชน  กระทรวงอุตสาหกรรมเชื่อว่าการพัฒนาระบบ วิเคราะห์การใช้พลังงานในครั้งนี้จะเป็นการช่วยวิเคราะห์การใช้พลังงานให้แก่โรงงาน และเป็นแนวโน้มในการพัฒนากระบวนการผลิตของภาคเอกชนให้มีประสิทธิภาพ เพื่อประกอบการตัดสินใจในการปรับเปลี่ยนเครื่องจักรหรือการต่อยอดการผลิตต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งเป็นการกระตุ้นให้ภาคเอกชนได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการใช้พลังงานอย่างประสิทธิภาพ และเป็นการส่งเสริมให้มีการใช้พลังงานได้อย่างยั่งยืน
 
โดยการพัฒนาระบบวิเคราะห์การใช้พลังงาน ประกอบด้วย 4 ส่วนสำคัญดังนี้
1. ที่ปรึกษาดำเนินการสำรวจเครื่องจักรภายในโรงงาน เพื่อให้คำแนะนำการทำมาตรการประหยัดพลังงาน พิจารณาความเหมาะสมในการติดตั้งอุปกรณ์ตรวจวัด สำหรับการตรวจวัดประสิทธิภาพการใช้พลังงานเพื่อสะท้อนเห็นถึงการใช้พลังงานที่สำคัญในการผลิต ส่งผลให้การวิเคราะห์ที่จะเกิดขึ้นนั้นทำได้อย่างถูกต้องและเสถียรภาพสูง อีกทั้งที่ปรึกษาได้มีการดำเนินการติดตามการติดตั้งอุปกรณ์ การวิเคราะห์การใช้พลังงาน เพื่อตรวจสอบความถูกต้องตามมาตรการประหยัดพลังงานที่ได้รับคำแนะนำ
2. โปรแกรมรายงานการจัดการพลังงาน ในส่วนของโปรแกรมนี้จะช่วยทางภาคเอกชนสะดวกในการทำรายงานการจัดการพลังงานประจำปี และเป็นการรวบรวมข้อมูลที่สำคัญ อาทิ พลังงานที่ใช้ในภาคเอกชนแบบรายเดือน รายปี พร้อมกราฟสรุปปริมาณการใช้พลังงาน เพื่อช่วยให้ผู้จัดทำรายงานทำรายงานได้อย่างถูกต้อง
3. ติดตั้งอุปกรณ์ตรวจวัดพลังงาน จำนวนไม่น้อยกว่า 80 ชุด โดยแบ่งเป็น พลังงานความร้อน จำนวน 40 ชุด และพลังงานไฟฟ้าจำนวน 40 ชุด สำหรับใช้ในการตรวจวัดค่าการใช้พลังงานส่วนสำคัญ เพื่อวิเคราะห์การใช้พลังงานที่เกิดขึ้นได้อย่างแม่นยำและถูกต้อง เนื่องจากข้อมูลการใช้พลังงานของเครื่องจักรนี้มีการเปลี่ยนแปลงค่าตลอดเวลา หากทราบข้อมูลนี้ได้อย่างแม่นยำจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานได้ง่ายขึ้น ประกอบกับการออกมาตรการประหยัดพลังงานในครั้งถัดไปได้อย่างตรงเป้าหมายได้อย่างแม่นยำ
4. โปรแกรมวิเคราะห์การใช้พลังงาน เป็นโปรแกรมที่นำค่าการใช้พลังงานที่ได้จากอุปกรณ์ตรวจวัดจากข้างต้นประกอบกับปริมาณการผลิตที่ได้มาวิเคราะห์การใช้พลังงานทางตรง สำหรับวิเคราะห์ค่าดัชนีการใช้พลังงานต่อหน่วยการผลิตของโรงงาน (Specific Energy Consumption หรือ SEC) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและศักยภาพการผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม 
 
นายประกอบฯ กล่าวต่อไปว่า โครงการนี้มีโรงงานอุตสาหกรรมเข้าร่วมจำนวน 21 โรงงาน ซึ่งตั้งเป้าให้ทราบถึงการใช้พลังงานภายในโรงงานอุตสาหกรรม และนำข้อมูลพลังงานไปบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพในโรงงานอุตสาหกรรม เพื่อเพิ่มศักยภาพในกระบวนการผลิต (Productivity) วิเคราะห์ข้อมูลการผลิตและการใช้พลังงานในลักษณะ Real Time กระทรวงอุตสาหกรรมคาดว่าเกิดผลประหยัดในโครงการทั้งหมด เท่ากับ 0.43 พันตันน้ำมันดิบเทียบเท่า (ktoe) และลดการเกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เท่ากับ 3,722 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ (tCO2)