คุณเป็นผู้เข้าชมคนที่

นับแต่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2554
แถลงข่าว
เมื่อวันอังคารที่ 31 กรกฎาคม 2555  นายวิฑูรย์  สิมะโชคดี  ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม  นายประพัฒน์  วนาพิทักษ์  อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม  นายสมคิด แท่นวัฒนกุล  รองผู้ว่าการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย  นายประทวน  สิทธิอำนวยเดช  อุตสาหกรรมจังหวัดสมุทรปราการ  และผู้บริหาร ร่วมแถลงข่าว "การจับกุมผู้ลักลอบปล่อยน้ำเสีย ในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ"    นายวิฑูรย์ สิมะโชคดี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า จากเหตุรายงานข่าวของสถานีโทรทัศน์ช่อง 3 ในรายการข่าว 3 มิติ ว่ามีการลักลอบทิ้งน้ำเสียปนเปื้อนสารเคมีไปยังแหล่งน้ำสาธารณะต่างๆ สร้างความเสียหายแก่สิ่งแวดล้อมและประชาชนที่อาศัยอยู่ในบริเวณใกล้เคียงนั้น ทางกรมโรงงานอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรมไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้พยายามหาผู้กระทำความผิดโดยใช้หลักการทางวิทยาศาสตร์ด้วยเทคนิคการตรวจสอบย้อนกลับ (Trace Back) โดยได้สำรวจจากสภาพแวดล้อมจากสถานที่ในข่าวที่นำเสนอ พบว่า น้ำที่ทิ้งออกมามีสาร Phenol ความเข้มระดับสูง โดยมาจากโรงงานในนิคมอุตสาหกรรมบางปู และมีแหล่งข่าวแจ้งว่ามาจากโรงบำบัดของเสีย เมื่อตรวจสอบแล้วพบว่ามี โรงงานเพียง 3 ราย เท่านั้น หลังจากตรวจสอบสารเคมี  เคมีวัตถุที่รับเข้ามาบำบัดใน   โรงบำบัดของเสียโรงงานทั้ง 3 ราย  พบว่ามีโรงบำบัดสาร Phenol 1 ราย  และพบว่า บริษัท เวสต์  รีโคเวอรี่      เมเนจเมนท์ จำกัด  ได้นำเข้าสาร  Phenol ประมาณ 1,700 ตัน ระหว่างเดือนพฤศจิกายน 2554 ถึง
เดือนเมษายน 2555  ซึ่งผลการวิเคราะห์คุณภาพน้ำรอบโรงงาน พื้นที่จุดต่างๆ ภายในโรงงานพบสาร Phenol   ความเข้มสูงระดับ 1,000 PPM และได้ตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำในบ่อน้ำหลังสถานีตำรวจบางปูที่ถูกระบุว่า       เป็นแหล่งรับน้ำทิ้ง พบค่า Phenol สูงมากเช่นกัน   เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ยึดจับกุมรถบรรทุกน้ำทิ้งจากบริษัท เวสต์  รีโคเวอรี่ เมเนจเมนท์ จำกัด โดยคนขับยอมรับว่ารับน้ำทิ้งจากบริษัทดังกล่าวจริง
จากพยานหลักฐานทางวิทยาศาสตร์และคำสารภาพของคนขับรถ กรมโรงงานอุตสาหกรรมพิจารณาแล้วพบว่ามีหลักฐานเพียงพอที่จะบ่งชี้ได้ว่า บริษัท เวสต์ รีโคเวอรี่ เมเนจเมนท์ จำกัด เป็นผู้กระทำความผิด จึงได้ส่งสำนวนคดีเพื่อให้ สภ.บางปู ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ด้านนายประพัฒน์ วนาพิทักษ์ อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม ได้กล่าวถึงมาตรการสำหรับการป้องกันการปล่อยกากของเสียสู่แหล่งน้ำสาธารณะว่า กรมโรงงานอุตสาหกรรมมีมาตรการในการดูแลโรงงานไม่ให้ปล่อยของเสียอยู่ แต่โรงงานบางแห่งอาจละเลยที่จะปฏิบัติตาม หลังจากนี้กรมโรงงานอุตสาหกรรมจะเพิ่มความเข้มงวดการออกใบอนุญาตการส่งวัตถุอันตรายออกนอกโรงงาน ทำการตรวจ ติดตามผลการอนุญาตภายหลังการออกใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานทุกราย  เพื่อตรวจสอบว่าได้ดำเนินการตามที่ได้รับอนุญาตหรือไม่ ในส่วนรถขนส่งกากอุตสาหกรรมนั้น ต้องติดเครื่องหมายที่รถ รวมถึงการติดตั้งระบบ GPS โดยเชื่อมต่อสัญญาณกับกรมโรงงานอุตสาหกรรม นอกจากการเพิ่มความเข้มงวดแล้ว กรมโรงงานอุตสาหกรรมยังส่งเสริมให้โรงงานใช้หลัก 3R ในการแยกกาก ซึ่งภาคเอกชนและภาครัฐต้องร่วมมือร่วมใจกัน เพื่อส่งเสริมให้โรงงานปรับตัวเป็นอุตสาหกรรม       สีเขียวและพัฒนาให้เป็นเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศต่อไป