การป้องกันและระงับอัคคีภัย
FIRE PROTECTION


ความรู้พื้นฐานเรื่องไฟ (FUNDAMENTALS OF FIRE)

ปิรามิดของการติดไฟ (Fire Pyramid)

องค์ประกอบ 4 ประการของการติดไฟ

- เชื้อเพลิง (Fuel)

- อ๊อกซิเจน (Oxyen/Air)

- ความร้อน (Heat)

- ปฏิกริยาต่อเนื่อง (Uninhibited Chain Reaction)

จุดวาบไฟ (Flash Point)

- คืออุณหภูมิต่ำสุด ที่ของเหลวระเหยเป็นไอในปริมาตรมากพอ ที่จะรวมตัวกับออกซิเจนในอากาศ เหนือผิวของเหลว ได้อัตราส่วนพอเหมาะที่จะจุดติดไฟได้

ของเหลวไวไฟและของเหลวติดไฟ (Flammable Liquids & Combustible Liquids)

- ของเหลวไวไฟ จะมีอุณหภูมิวาบไฟ (FP.) ต่ำกว่า 100F

- ของเหลวติดไฟ จะมีจุดวาบไฟตั้งแต่ 100F ขึ้นไป

จุดติดไฟได้เอง (Auto - Ignition Temperature)

- คืออุณหภูมิต่ำสุดที่แก๊สหรือของเหลวไวไฟ รวมตัวกับอากาศ แล้วเกิดความร้อนด้วยตัวมันเอง จนลุกเป็นไฟได้เอง โดยไม่ต้องอาศัยการจุดด้วยประกายไฟ

- โดยปกติแล้วในบรรยากาศของอ๊อกซิเจน จะมีจุดติดไฟได้เองต่ำกว่าในบรรยากาศ ของอากาศและของเหลว ส่วนใหญ่ โดยทั่วไปจะมีจุดติดไฟได้เองเกินกว่า 500F ถึง 900F

ปฏิกริยาต่อเนื่อง (Uninhibited Chain Reaction)

เมื่อเกิดการติดไฟครั้งแรกขององค์ประกอบ 3 ประการ คือ เชื้อเพลิง อ๊อกซิเจน และความร้อนแล้ว ยังต้องอาศัยองค์ประกอบที่ 4 คือการเกิดปฏิกริยาเคมีของการเติมอ๊อกซิเจน (Oxidizing) อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดการไหม้ไฟต่อไปได้

การแยกองค์ประกอบของการติดไฟ (Removing One Side of Fire Pyramid)

- การแยกเชื้อเพลิงออก โดยการปิดกั้นหรือหยุดการไหล

- การแยกอ๊อกซิเจนออก โดยการปิดกั้นหรือไล่ที่ด้วยแก๊สชนิดที่ไม่ช่วยให้ไฟติด

- การแยกความร้อนออก โดยการหล่อเย็น ให้อุณหภูมิต่ำกว่าจุดติดไฟ

- การหยุดปฏิกริยาต่อเนื่อง โดยการใช้ผงเคมีแห้งหรือก๊าซฮาลอน (Halon) ดับเพลิง (โดยการแยกองค์ประกอบใดองค์ประกอบหนึ่งออกไปได้ ก็เป็นการดับไฟได้)


การถ่ายเทความร้อน (HEAT TRANSFER)

ความสัมผัสโดยตรง (Direct Contact)

- เกิดขึ้นเมื่อของเหลวสัมพันกับเปลวไฟโดยตรง

การนำความร้อน (Conduction)

- ความร้อนถูกถ่ายจากโมเลกุลหนึ่งอีกโมเลกุลหนึ่งของของแข็งไปเรื่อย æ

การพาความร้อน (Convection)

- ความร้อนถูกพาเคลื่อนที่ไปจากที่หนึ่งอีกสู่ที่หนึ่ง ด้วยการไหลของของเหลว หรือการพัดพาของแก๊ส

การแผ่รังสี (Radiation)

- คลื่นหรือรังสีความร้อนจะแพร่กระจายผ่านบรรยากาศออกไปทุกทิศทาง ซึ่งจะถูกดูดซับหรือสะท้อนไปยังวัสดุอื่น และเกิดความร้อนสูงขึ้นจนอาจถึงจุดติดไฟได้อย่างรวดเร็ว

การเกิดระเบิดต่อเนื่อง (Propagation of Explosions)

- การระเบิดที่เกิดจากฝุ่นละอองของสารไวไฟ จะยังผลให้เกิดการระเบิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไปยังเชื้อเพลิงที่โดยปกติแล้ว เมื่อติดไฟจะระเบิด หรือไม่ระเบิดก็ตาม


แหล่งที่เกิดเพลิงไหม้ (IGNITION SOURCES)

1. 23% เกิดจากไฟฟ้า 10. 3% เกิดจากการปล่อยปะละเลย
2. 18% เกิดจากการสูบบุหรี่ 11. 3% เกิดจากการลอบวางเพลิง
3. 10% เกิดจาการเสียดสี 12. 2% เกิดจากการสปาร์คของเครื่องจักรกล
4. 8% เกิดจากความร้อนจัด 13. 2% เกิดจากการหลอมโลหะ
5. 7% เกิดจากผิวโลหะร้อน 14. 1% เกิดจากปฏิกริยาเคมี
6. 7% เกิดจากเปลวไฟ 15. 1% เกิดจากฟ้าผ่า
7. 5% เกิดจากประกายไฟ 16. 1% เกิดจากไฟฟ้าสถิตย์
8. 4% เกิดจากลุกติดไฟขึ้นเอง 17. 1% เกิดจากสาเหตุอื่น æ
9. 4% เกิดจากากรตัดหรือเชื่อม

ไฟที่ี่เกิดจากกระแสไฟฟ้า (Electric Fires)

- เกิดจากไฟฟ้าอาร์ค (arcing) ลัดวงจรเกินโลด (Overloaded) และอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ใช้ สายไฟคุณภาพต่ำกว่ามาตรฐาน

และการติดตั้งไม่ดีพอ

ไฟที่เกิดจากการสูบบุหรี่ (Smoking)

- อัคคีภัยที่เกิดจากการสูบบุหรี่นับเป็นอันดับสอง ของสาเหตุทั้งหมด จักต้องมีกฏระเบียบ ควรคุมการสูบบุหรี่ และการจุดไฟ ไว้อย่างเข้มงวดกวดขัน

ไฟที่เกิดจากการเสียดสี (Friction)

- การเสียดสีที่เกิดจาก Bearing ชำรุด หรือปรับไม่ได้ระดับ หรือการขัดตัวของอุปกรณ์ ที่หมุนตลอดเวลา อาจก่อให้เกิดอัคคีภัยได้มาก

วัสดุที่ร้อนจัด หรือผิวโลหะร้อน (Overheated Materials and Hot Surfaces)

- ไฟที่เกิดจากเชื้อเพลิงที่สัมผัสกับวัสดุที่ร้อนจัด ไม่ว่าจะด้วยการนำ การพา หรือแผ่รังสีจากแหล่งความร้อน เช่น หม้อน้ำ ท่อหรือปล่องเตา ท่อไอน้ำ หลอดไฟ ฯลฯ

- ซึ่งจะต้องป้องกันดัวย ระยะห่าง การหุ้มฉนวน การปฏิบัติการที่ถูกวิธี และมีอุปกรณ์ เครื่องตรวจวัดและสัญญาณ ฯลฯ

อัคคีภัยที่เกิดจากการจุดหัวเผา (Bunner Flames and Combustible Sparks)

- มักจะเกิดกับอุปกรณ์ที่ชำรุดทรุดโทรม หรือขาดการดูแลเอาใจใส่ เช่น หัวตัดแก๊ส หัวจุดในหม้อน้ำหรือเตา และอุปกรณ์ให้ความร้อนอื่น æ โดยมีเชื้อเพลิงและเศษสิ่งของที่ติดไฟได้อยู่ในบริเวณใกล้เคียง

ไฟที่ติดขึ้นได้เอง (Spontaneous Ignition)

- เมื่อมีเชื้อเพลิงและอ๊อกซิเจน (ในอากาศ) รวมตัวกันอยู่แล้ว หากมีปฏิกริยาเคมีที่ให้ความร้อนเกิดขึ้น และสะสมจากอุณหภูมิถึงจุดติดไฟ ไฟก็จะเกิดขึ้นเองได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ควรระวังมาก คือการเก็บรักษาให้ถูกวิธี และปลอดภัย และไม่มีเชื้อเพลิงในบริเวณใกล้เคียงที่จะให้ไฟลุกลามได้

การตัดหรือการเชื่อมโลหะ (Cutting and Welding)

- เครื่องตัดหรือเชื่อมโลหะ ต้องดูแลอุปกรณ์ และถังแก๊สหรือท่อแก๊ส มิให้รั่วหรือซึมได้ รวมทั้งสิ่งแวดล้อมบริเวณทำงาน ปราศจากไอน้ำมัน หรือเชื้อเพลิงที่จะติดไฟได้

การปล่อยปะละเลย (Exposure)

- วัสดุไวไฟ หากเปิดทิ้งไว้โดยไม่ปิดฝาให้มิดชิด หรือวางไว้ในที่ตากแดดจนเกิดความร้อนสูง จะเกิดไอระเหยออกสู่บนบรรยากาศได้ตลอดเวลา และมีโอกาสเกิดอัคคีภัยได้ทุกเวลา

การถูกลอบวางเพลิง (Incendiarism)

- การปิดกั้นบริเวณและรักษาการ มีความจำเป็นมากกับวัสดุอุปกรณ์สำคัญ æ

ประกายไฟที่เกิดจากเครื่องจักรกล (Mechanical Sparks)

- การเจียร การขัด ฯลฯ จะต้องระมัดระวังสะเก็ดไฟที่จะก่อให้เกิดอัคคีไฟได้

การหลอมโลหะ (Molten Substance)

- อาจเกิดอัคคีภัยได้จากการแตกสลายของเตาหลอม หรือการรั่วไหลในระหว่างการเคลื่อนย้าย

ปฏิกริยาเคมี (Chemical Reaction)

- ปฏิกริยาเคมีที่ก่อให้เกิดความร้อนสูง บางครั้งอาจเกิดอย่างรุนแรงหรือระเบิดได้ต้องปฏิบัติให้ถูกวิธีด้วยความระมัดระวัง

ประกายไฟจากไฟฟ้าสถิตย์ (Static Sparks)

- ประกายไฟฟ้าที่เกิดจากไฟฟ้าสถิตย์ อาจจุดติดไฟให้กับไอ ฝุ่นละออง หรือเศษผงของวัสดุไวไฟได้ง่าย เช่น เครื่องปั่น เครื่องกวน สายพาน การเติมน้ำมันลงถังซึ่งอาจป้องกันได้โดยต่อสายดิน ฯลฯ (Grounding, Bonding, Ionization and Ilumidification)


คำแนะนำในการป้องกันอัคคีภัย การระงับอัคคีภัยและการหนีไฟ

เพื่อความปลอดภัย สำหรับอาคาร ทรัยพ์สินและชีวิตของท่าน ควรดำเนินการดังนี้

การเตรียมอุปกรณ์และติดตั้ง

1. ถังดับเพลิงเคมี แบบมือถือ

2. กริ่งสัญญาเตือนเพลิงไหม้ทุกชั้น (ระบบดึงหรือกดด้วยมือ)

3. ระบบตรวจจับควันอัตโนมัติ

4. ป้ายบอกทางหนีไฟ (เรืองแสงหรือมีแสงสว่าง)

5. ป้ายบอกชั้น

6. ไฟฟ้าส่องสว่างฉุกเฉิน

7. หัวฉีดน้ำดับเพลิงอัตโนมัติ (SPRINKLE SYSTEM)

8. สายฉีดน้ำดับเพลิง พร้อมหัวจ่ายน้ำดับเพลิง

9. ระบบอัดอากาศกรณีเป็นบันไดหนีไฟภายในอาคาร

10. ทางเดินหนีไฟและบันไดหนีไฟต้องไม่มีสิ่งกีดขวางและสามารถหนีออกสู่ภายนอกได้สะดวก

11. เครื่องช่วยในการหนีไฟ เช่น เชือกโรยตัว ถุงหนีไฟ

12. ประตูห้องบันไดหนีไฟต้องเป็นวัสดุทนไฟและต้องไม่ล๊อค

13. ไม่เก็บวัสดุไวไฟ ไว้ในอาคาร โดยเฉพาะก๊าซหุงต้ม รวมทั้งสารระเหยที่ติดไฟง่าย

14. ไม่ใช้วัสดุที่ติดไฟแล้วเกิดควันพิษ เช่น พรม ม่าน เป็นต้น

15. ตรวจสอบอุปกรณ์ต่าง æ ข้างต้นให้สามารถใช้งานได้ตลอดเวลา

16. ตรวจสอบเครื่องใช้ไฟฟ้า สายไฟฟ้า ให้อยู่ในสภาพที่ใช้งานได้โดยปลอดภัย

การช้อมดับเพลิงและหนีไฟ

เพื่อเตรียมความพร้อมไว้เสมอ สำหรับเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นได้ โดย

1. วางแผนการในการดับเพลิง และหนีไฟ

2. ประสานงานระหว่างผู้อยู่อาศัย ผู้ใช้อาคาร เจ้าหน้าที่ดูแลประจำตึก เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ตำรวจท้องที่ ตำรวจดับเพลิง

3. ให้มีการซักซ้อมอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง


Some Major Type of Portable Fire Extinguishers


<<< กลับหน้าเดิม